อยากลงทุนอสังหาฯก็ควรเลือกให้เหมาะกับตนเองมากที่สุด

ปัจจุบันมีอสังหาริมทรัพย์ให้เราเลือกหลากหลายรูปแบบสำหรับผู้ที่ยังงงๆว่าควรเลือกแบบไหนดี ก็ให้ดูไลฟ์สไตล์ความเหมาะสมและงบประมาณของตนเองเป็นหลัก ซึ่งการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นสามารถแบ่งแยกย่อยเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ได้ดังนี้


1.บ้านเดี่ยว

ถ้าให้เลือก ใครๆ ก็อยากอยู่บ้านเดี่ยวด้วยกันทั้งนั้นจริงไหม ด้วยเนื้อที่ของบ้านกว้างขวาง มีความเป็นส่วนตัวสูง แต่การลงทุนในบ้านเดี่ยวมีข้อเสียตรงที่ว่าใช้เงินค่อนข้างสูง รวมทั้งเรื่องการซ่อมแซมและการดูแลเรื่องของความปลอดภัยที่มากกว่าบ้านในรูปแบบอื่น บ้านเดี่ยวส่วนใหญ่มักไปสร้างในทำเลนอกเมือง ดังนั้น ทำเลที่มีโอกาสในการทำกำไรได้ดี จึงควรเป็นทำเลที่มีระบบขนส่งมวลชนสมัยใหม่มารองรับ เพราะทำให้ผู้อยู่อาศัยเดินทางเข้าออกเมืองได้สะดวก และใกล้แหล่งชุมชนหรือย่านการค้า




อีกเรื่องที่คนมองข้ามก็คือ ถ้าเป็นไปได้ควรจะเลือกซื้อบ้านที่มีเนื้อที่เหลือเอาไว้ใช้ประโยชน์ไม่ใช่สร้างบ้านเต็มพื้นที่ ไม่ได้เผื่อที่ดินไว้ใช้สอยในอนาคตเลย



2.ทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝด




ทาวเฮ้าส์ หรือที่ภาษาทางการเรียกว่า “บ้านแถว” เนื่องจากลักษณะของบ้านที่ปลูกติดกันเป็นแถวๆมีทั้งแบบชั้นเดียว 2 ชั้น และ 3 ชั้น หรือ 4 ชั้นก็มี โดยจะมีพื้นที่หน้าบ้านให้พอจอดรถได้ ส่วนบ้านในลักษณะที่ใกล้เคียงกันนี้เรียกอีกอย่างว่า “บ้านแฝด” ก็ได้ เพราะมีการผสมกันระหว่างบ้านเดี่ยวกับทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝดรุ่นใหม่ๆนั้น ผู้ประกอบการจะสร้างให้ผนังของแต่ละบ้านออกห่างจากรั้ว ทำให้ผนังบ้านไม่ติดกัน มีเพียงคานเท่านั้นที่เชื่อมติดกัน ผู้อยู่อาศัยจึงรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ปัจจุบันมีการสร้างบ้านรูปแบบใหม่ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านเดี่ยวกับทาวเฮ้าส์ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ทาวน์โฮม” หรือ “โฮมออฟฟิศ” นั่นเอง




ปัญหาที่ผู้ซื้อทาวน์เฮาส์มักจะพบก็คือ การที่มีกำแพงบ้านติดกันกับเพื่อนบ้าน จึงอาจเกิดการกระทบกระทั่งกกันได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสียง กลิ่นหรือที่จอดรถ ส่วนการลงทุนในทาวน์เฮ้าส์หรือบ้านแฝดนั้นเนื่องจากมีราคาถูกกว่าบ้านเดี่ยว จึงทำให้มีโอกาสหาผู้เช่าได้ง่ายกว่า และขายต่อได้ไวกว่าบ้านเดี่ยว ข้อได้เปรียบของทาวน์เฮ้าส์อีกอย่างหนึ่งคือ สามารถนำมาปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ ด้วยการดัดแปลงทาวน์เฮ้าส์ให้เป็นบ้านกึ่งสำนักงาน หรือดัดแปลงทำเป็นร้านค้าที่ชั้นล่าง โดยแบ่งชั้นบนให้เช่าเป็นห้องย่อยก็ได้อีกเช่นกัน ส่วนข้อควรระวัง นอกจากทำเลที่ต้องเดินทางสะดวกแล้วอย่าลืมคำนึงถึงเรื่องของเพื่อนบ้านด้วย เพราะเราจะต้องใช้ผนังบ้านติดกัน



3.ตึกแถว



แม้จะดูไม่สวยงามนักเมื่อเทียบกับอสังหาฯในรูปแบบอื่น แต่ตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ก็มีความได้เปรียบในเรื่องของทำเล เพราะส่วนใหญ่มักอยู่ในเมือง หรือย่านการค้าที่มีความเจริญ ตึกแถวมักถูกสร้างให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่ ดูแลรักษาง่าย มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา/ปีน้อยกว่าบ้านประเภทอื่น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับสภาพที่ตามากับความเป็นชุมชน และการอยู่ใกล้ถนน ซึ่งจะต้องเจอเรื่องเสียงอึกทึกครึกโครมความแออัด ฝุ่นควันต่างๆ รวมทั้งปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดิน เพราะตึกแถวมักจะสร้างติดถนน เราจึงต้องดูเรื่องของผังเมืองประกอบการตัดสินใจซื้อด้วย

สำหรับการลงทุนในตึกแถวนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องคำนวนค่าใช้จ่ายในเรื่องของดอกเบี้ยให้ละเอียดรอบคอบกว่าบ้านประเภทอื่น เพราะสถาบันการเงินถือว่าตึกแถวเป็นอาคารที่มีเป้าหมายในการพาณิชย์ จึงให้กู้ยืมเงินเพื่อลงทุนในตึกแถวแบบมีเงื่อนไข มีข้อจำกัดมากกว่าบ้านชนิดอื่น ทั้งในเรื่องวงเงิน ระยะชำระคืนและคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าที่อยู่อาศัยประเภทอื่นๆ แถมผู้ครอบครองยังต้องเสียภาษีโรงเรือนรายเดือนอีกประมาณ 12 % ของค่าเช่าที่เก็บได้อีกต่างหาก นอกจากนี้อย่าลืมนึกถึงปัญหาเรื่องที่จอดรถ หากเป็นไปได้ควรเลือกตึกแถวที่มีการสร้างตัวอาคารถอยร่นจากถนนเข้ามา เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ฟุตบาทหน้าร้านเป็นที่จอดรถได้ หรือไม่ก็เป็นตึกแถวที่มีที่จอดรถบริเวณใกล้เคียง



4.ห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม




ถือเป็นอสังหาสุดฮิตสำหรับคนเมืองในปัจจุบัน ข้อดีของคอนโดก็คือมักจะตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองหรือในที่ที่มีการคมนาคมสะดวก เช่นแนวรถไฟฟ้า ตื่นมาปุ๊บก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงานได้ทันที แต่ข้อเสียก็คือ อาจจะไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัว ทำอะไรก็ต้องเกรงใจห้องข้างๆ แถมยังต้องจ่ายค่าส่วนกลางที่ค่อนข้างสูง


ที่สำคัญ ผู้ซื้อคอนโดจะไม่มีโฉนดเอาไว้กอดให้อุ่นใจเหมือนการซื้ออสังหาประเภทอื่น แถมหากวันหนึ่งมีห้องไหนตั้งราคาขายต่ำ ก็ย่อมมีผลกระทบทำให้ห้องอื่นๆในอาคารตกลงไปด้วย สำหรับการลงทุนในคอนโด สิ่งที่ต้องคำนึกถึงเป็นอันดับแรกเลยคือ “ทำเล” ปัจจุบันมีการเน้นที่แนวรถไฟฟ้า แต่บางคนก็เน้นใกล้ที่ทำงาน ใกล้ห้างสรรพสินค้า วิวสวย บางคนก็เน้นไปที่การออกแบบ การใช้วัสดุก่อสร้างและตกแต่งสวยงาม


นอกจากนี้ การการเลือกซื้อห้องชุดยังต้องนึกถึงเรื่องของ “ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง” ที่ทางคอนโดต้องเอามาใช้จ่ายในเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัยดูแลสระว่ายน้ำ การรักษาความสะอาดฯลฯ เพราะถ้าหากลืมคำนวณตรงนี้อาจขาดทุนได้ หากในอนาคต การบริหารทั้งหมดจะถูกยกให้เป็นหน้าที่ของนิติบุคคล ก็ต้องคิดด้วยว่าจะดีขึ้น หรือเสื่อมโทรมลง เพราะความเสี่ยงของคนที่ไม่จ่ายค่าส่วนกลาง หรือนิติบุคคลที่บริหารไม่ดีมีให้เห็นมากมาย



หลังจากได้รับรู้ข้อมูลอสังหาฯ แต่ละประเภทแล้ว ก็ลองคิดกันดูนะว่าคุณเหมาะกับการลงทุนแบบไหน จะได้โฟกัสรายละเอียดไปที่อสังหาฯประเภทนั้นๆได้ตรงจุด


 

ดู 7 ครั้ง